สามเณรสา ปุสสเทวะ
สารบัญ
สมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทว) เคยเป็นสามเณร นาคหลวง ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดของกรุงรัตนโกสินทร์ เพราะเป็นผู้สามารถสอบเปรียญ ๙ ประโยคได้ขณะยังเป็นสามเณร รูปแรกของกรุงรัตนโกสินทร์ โดยท่านสอบได้สมัยรัชกาลที่ ๓ สมัยนั้น ยังแปลกันด้วยปากเปล่า กล่าวคือแปลกันสดๆ ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็น สามเณรอัจฉริยะ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เดิมท่านเป็นชาวบา! งไผ่ จังหวัดนนทบุรี เกิดสมัยรัชกาลที่ ๒ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม 2356 ปีระกา บ้านเดิมอยู่บางเชิงกราน จังหวัดราชบุรี บิดาชื่อจัน เคยอุปสมบทและชำนาญในคัมภีร์มิลินทปัญหาและมาลัยสูตรมาก จึงได้ฉายาจากประชาชนว่า จันมิลินทมาลัย มารดาชื่อสุข มีพี่น้องเกิดร่วมบิดามารดาเดียวกัน 5 คน คืออวบ, ช้าง, สา, สัง,และอิ๋ม น้องชายของสมเด็จพระสังฆราช (สา) มีชื่อว่าสัง �! ��็ได้บวชเป็นพระภิกษุ ที่� ��ัดบวรนิเวศวิหาร ได้สมณศักดิ์สูงสุดที่ตำแหน่งพระสมุทรมุนี แต่ภายหลังก็ลาสิกขา ไม่ปรากฏว่าสมเด็จพระสังฆราช (สา) มีนามสกุลเดิมว่าอย่างไร แต่คนทั่วไปนิยมใช้ฉายาของท่านเป็นนามสกุล ผู้คนจึงนิยมเรียกท่านว่าสามเณรสา ปุสสเทวะ มาเรื่อยๆ
ประวัติส่วนตัว
เริ่มบวชเป็นสามเณรที่วัดใหม่ คลองบางขุนเทียน แล้วย้ายมาอยู่วัดสังเวชวิศยาราม บางลำพู เมื่ออายุได้ ๑๔ ได้เข้าสอบแปล พระปริยัติธรรม ครั้งแรกสอบได้ ๒ ประโยค ตกประโยค ๓ จึงไม่ได้เป็นเปรียญ แต่สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพย์ทรงตั้งให้เป็นเปรียญวังหน้า หมายถึงเปรียญที่ท่านรับเป็นโยมอุปถัมภ์เพื่อสนับสนุนให้การศึกษาต่อไปเพื่อให้ก้าวหน้ายิ่ง�! � ขึ้น
ต่อมา สามเณรสาได้สมัครเป็นศิษย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมัยนั้น ทรงยังผนวชและ เสด็จพำนักที่วัดสมอราย หรือ วัดราชาธิวาสวิหาร เนื่องจากได้ยินกิตติศัพท์ว่าทรงปราดเปรื่องเรื่องภาษาบาลีจนหาผู้เทียบได้ยาก เมื่อได้สมัครเป็นศิษย์ พระจอมเกล้าฯ หรือ วชิรญาโณ ภิกฺขุ ก็ถ่ายทอดความรู้ภาษาบาลีให้สามเณรสา จนกระทั่งเมื่อสามเณรสาอายุได้เพียงแค! ่ 18 ปีก็สามารถแปลพระปริยัติธรรมได้ถึง ๙ ประโยค เป็นที่อัศจรรย์ในความฉลาดปราดเปรื่องยิ่งนัก สมัยนั้นยังแปลพระปริยัติธรรมกันด้วยปากเปล่า (หมายถึงแปลสดๆให้กรรมการฟัง แล้วแต่กรรมการว่าจะให้แปลคัมภีร์อะไร หน้าเท่าไหร่) เป็นที่โจษจรรไปทั่วพระนคร สามเณรสาจึงได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนาคหลวงสายเปรียญธรรมรูปแรกในกรุงรัตนโกสินทร์
อุปสมบทใหม่อีกครั้ง ที่มาของ พระมหาสา 18 ประโยค
'พระสาสนดิลก' แต่พระมหาสาได้ถวายพระพรว่าสูงเกินไป จึงทรงใช้ว่า 'พระสาสนโสภณ'
พระอมรโมลี (หลังจากย้ายจาก วัดราชาธิวาส มาอยู่ วัดบวรนิเวศวิหารได้ 2 ปี)
พระสาสนโสภณ (ตำแหน่งสมณศักดิ์ใหม่ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริขึ้นเพื่อพระมหาสา ผู้กลับมาบวชใหม่และสอบได้เปรียญ ๙ ประโยค ณ สำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหารอีกครั้งโดยเฉพาะ) ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์นี้เมื่อปีมะเมีย (พ.ศ.2401) เดิมที ทรงพระราชดำริจะใช้ตำแหน่งว่า
พระธรรมวโรดม (พ.ศ. 2415)
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (พ.ศ. 2422)
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (พ.ศ. 2434) และทรงสิ้นพระชนม์เมื่อพ.ศ. 2442
沒有留言:
張貼留言