ดูในส่วนบทความ
นก จัดเป็น
สัตว์มีกระดูกสันหลังชนิดหนึ่งซึ่งอยู่ในชั้น
Aves (คำว่า
Aves เป็น
ภาษาละติน หมายถึง นก) โดยมีลักษณะทั่วไปคือ เป็นสัตว์
ทวิบาท เลือดอุ่น ออกลูกเป็นไข่ รยางค์คู่หน้าเปลี่ยนแปลงไปเป็น
ปีก มี
ขนนก และมี
กระดูกที่กลวงเบา
ในปัจจุบันทั่วโลกมีนกอยู่ประมาณ 8,800 ถึง 9,800
ชนิด (ตามการจัด
อนุกรมวิธานที่ต่างกัน) ซึ่งนับว่านกเป็นชั้นของสัตว์มีกระดูกสันหลังที่มี
ความหลากหลายมากที่สุด ในบรรดาชั้นของสัตว์มีกระดูกสันหลังทั้งหลายที่อาศัยอยู่บนพื้นดิน ความหลากหลายของนกนับเนื่องไปตั้งแต่ในเรื่องของขนาดตัว สีสัน เสียงร้อง อาหารการกิน และถิ่นที่อยู่อาศัย
นกเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญเป็นอันมากทั้งต่อ
ระบบนิเวศและต่อชีวิตมนุษย์ ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับนกเป็นไปอย่างแน่นแฟ้น และการเกื้อกูลกันระหว่างนกกับสรรพสิ่งต่างๆ ตามธรรมชาติก็เป็นไปอย่างแนบแน่น ถ้าหากปราศจากนก คงเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการถึงการดำรงอยู่ต่อไปของ
ชีวภาคใบนี้
วิวัฒนาการ ทุกส่วนในร่างกายของนกถูกดัดแปลงเพื่อให้เหมาะสมกับการเป็นเจ้าเวหาอย่างแท้จริง เริ่มจาก
กระดูก ที่ภายในมีลักษณะกลวงคล้าย
รวงผึ้ง ทำให้เบาแต่แข็งแรง นกบางชนิดใน
วงศ์นกโจรสลัด เมื่อกางปีกจะกว้างถึง 2 เมตร แต่น้ำหนักกระดูกทั้งหมดเพียงแค่ 113 กรัมเท่านั้น
นอกจากนี้อวัยวะภายในบางอย่างของนกจะถูกตัดทอนออกไปเพื่อลดน้ำหนักตัวให้ได้มากที่สุด เช่น
รังไข่ของตัวเมียที่เหลือเพียงข้างเดียว และปากที่ไร้ฟัน โดยนกจะไม่เคี้ยวอาหาร แต่กลืนลงไปย่อยใน
กึ๋นแทน
การบินของนกต้องใช้พลังงานจาก
เมแทบอลิซึมเป็นอย่างมาก นกจึงมี
ระบบหายใจและ
ระบบหมุนเวียนโลหิตอันทรงประสิทธิภาพ จาก
หัวใจที่มี 4 ห้อง และท่อที่เชื่อมต่อระหว่าง
ปอดกับ
ถุงลมทั่วลำตัว
เพื่อความปลอดภัยในการบิน นกจึงต้องมีสัมผัสอันว่องไว โดยเฉพาะสัมผัสทางสายตา นกบางชนิดมีสายตาอันคมกริบ อาจกล่าวได้ว่าเป็นสายตาที่ดีที่สุดในบรรดาสายตาของสัตว์มีกระดูกสันหลังด้วยกัน
สมองส่วนรับภาพของนกพัฒนาไปมาก เช่นเดียวกับ
สมองส่วนควบคุมการเคลื่อนไหว เพราะการบินที่ดีต้องอาศัยการประสานงานที่ดีของทุกส่วนในร่างกายนั่นเอง
สิ่งที่ขาดไปไม่ได้สำหรับการบินคือ
ปีก นกมีปีกที่เป็นไปตามหลัก
อากาศพลศาสตร์ ซึ่งช่วยให้เกิดแรงยกขณะบิน ในการกระพือปีก นกจะใช้
กล้ามเนื้ออกอันแข็งแรงที่ติดอยู่กับกระดูกอก นกที่บินเร็วที่สุดคือนกในวงศ์
นกแอ่นบินเร็ว ซึ่งบินได้เร็วถึง 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ส่วนขนนกนั้นนับว่าเป็นพัฒนาการที่พิเศษสุดอย่างหนึ่งในบรรดาพัฒนาการของสัตว์มีกระดูกสันหลัง ขนนกเป็นส่วนประกอบของ
เคราติน มีลักษณะเบาแต่แข็งแรง ขนนกช่วยป้องกันนกจากแสงแดด ช่วยในการหาคู่ ช่วยในการปรับอุณหภูมิของร่างกาย และที่สำคัญที่สุดคือช่วยในด้านการบินของนก
กายวิภาคเพื่อการบิน
อาหารการกิน นกแต่ละชนิดมีการปรับตัวให้เหมาะสมกับถิ่นอาศัยต่างๆ เราจึงสามารถพบนกได้ทุกหนทุกแห่งในสภาพแวดล้อมอันหลากหลาย ซึ่งพอจะแบ่งถิ่นอาศัยของนกได้ดังนี้
มีนกหลายชนิดที่เดินหากินตามแนวหาดทรายชายทะเล เช่น
นกหัวโตมลายู และ
นกยางทะเล เป็นต้น ขณะที่นกหลายชนิดโผผินบินร่อนอยู่ตามหน้าผาริมทะเล หรือแม้แต่ในทะเลลึกก็เป็นแหล่งหากินของนกขนาดใหญ่ เช่น นกโจรสลัด ซึ่งนกโจรสลัดสามารถบินวนอยู่บนท้องฟ้าได้เป็นเวลาหลายวันโดยไม่ต้องร่อนลงบนพื้นดิน โดยนกที่หากินในท้องทะเลนี้ เรามักเรียกว่า
นกทะเล ตามแนวชายฝั่งที่มีไม้ชายเลนขึ้นหนาแน่นเป็นถิ่นอาศัยของนกมากมาย เช่น
นกกินเปรี้ยว และ
เหยี่ยวแดง เป็นต้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวจะมีนกอพยพย้ายถิ่นเข้ามาพักอาศัยเป็นจำนวนมาก นกที่หากินตามป่าชายเลนนี้มีชื่อเรียกโดยรวมว่า
นกชายเลน นอกจากนี้ก็มีฝูงนกนางนวลซึ่งเป็นนกทะเลหากินบริเวณนี้ด้วย
พื้นที่เกษตรกรรมแถบชานเมืองหรือในชนบทเป็นที่อยู่ของนกหลายชนิด นกที่อาศัยอยู่ตามทุ่งนาหรือทุ่งหญ้าโล่ง เรามักเรียกกันว่า
นกทุ่ง เช่น
นกตะขาบทุ่ง นกกระจิบหญ้า เป็นต้น ส่วนนกที่อาศัยตามแหล่งน้ำ เช่น หนอง บึง
ทะเลสาบ เรามักเรียกว่า
นกน้ำ เช่น
นกยาง นกเป็ดน้ำ และ
นกกวัก เป็นต้น
ถือว่าเป็นสถานที่ที่มีนกอาศัยอยู่มากกว่าแห่งอื่น เนื่องจากเหมาะสำหรับการดำรงชีวิตของนกนานาชนิด เช่น
นกเงือก นกขุนแผน นกโพระดก และ
นกแต้วแล้ว เป็นต้น นกที่อาศัยหากินในป่ามีชื่อเรียกโดยรวมว่า
นกป่า นกบางชนิดมีการปรับตัวจนสามารถอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แม้แต่สัตว์อื่นยังอาศัยอยู่ได้ยาก เช่น
ทะเลทราย ขั้วโลกใต้ หรือแม้แต่ในเมือง
ในปัจจุบันมีการนำ
ดีเอ็นเอมาใช้จัดจำแนกนกแล้ว โดยงานที่สำคัญคือ
Sibley & Ahlquist's Phylogeny and Classification of Birds (1990) แต่การจัดจำแนกนกในที่นี้ยึดตาม
Handbook of Birds of the World ซึ่งจัด
อันดับนกโดยอาศัยลักษณะทาง
สัณฐานวิทยาเป็นหลัก และแบ่งนกออกเป็นอันดับต่างๆ ดังนี้
บริเวณ
ชายหาดและท้องทะเล
บริเวณ
ป่าชายเลนและ
ปากแม่น้ำ บริเวณ
ทุ่งหญ้า ที่ลุ่มน้ำขัง และ
หนองบึง
ป่าไม้ประเภทต่างๆ
สภาพแวดล้อมอื่นๆ
Paleognathae อันดับใหญ่
Neognathae (ตามรากศัพท์แปลว่า ขากรรไกรแบบใหม่) ประกอบด้วยนกอันดับต่างๆ ดังนี้
อันดับห่าน (
Anseriformes)
อันดับไก่ (
Galliformes)
อันดับนกเพนกวิน (
Sphenisciformes)
อันดับนกลูน (
Gaviiformes)
อ้นดับนกเป็ดผี (
Podicipediformes)
อันดับนกจมูกหลอด (
Procellariiformes)
อันดับนกเพลิแกน (
Pelecaniformes)
อันดับนกกระสา (
Ciconiiformes)
อันดับเหยี่ยว (
Accipitriformes)
อันดับหยี่ยวปีกแหลม (
Falconiformes)
อันดับนกคุ่มแท้ (
Turniciformes)
อันดับนกกระเรียน (
Gruiformes)
อันดับนกหัวโต (
Charadriiformes)
อันดับนกแซนด์เกราส์ (
Pteroclidiformes)
อันดับนกพิราบ (
Columbiformes)
อันดับนกแก้ว (
Psittaciformes)
อันดับนกคัคคู (
Cuculiformes)
อันดับนกเค้า (
Strigiformes)
อันดับนกตบยุง (
Caprimulgiformes)
อันดับนกแอ่น (
Apodiformes)
อันดับนกตะขาบ (
Coraciiformes)
อันดับนกหัวขวาน (
Piciformes)
อันดับนกขุนแผน (
Trogoniformes)
อันดับนกโคลี (
Coliiformes)
อันดับนกจับคอน (
Passeriformes)'